2005/Oct/31

สวัสดี ดา

กว่าที่ดาจะได้รับจดหมายฉบับนี้
โก้คงจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไกลแสนไกลแล้ว
จดหมายฉบับนี้คงจะเป็นจดหมายฉบับเดียวและฉบับสุดท้่ายที่จะส่งถึงดา
โก้เขียนจดหมายฉบับนี้เพราะโก้อยากรู้อะไรบางอย่าง
บางอย่างที่ค้างคาใจโก้ตลอดมานับตั้งแต่เราเลิกกัน

โก้ยังจำวันแรกที่เราพบกันได้

วันนั้นไอ้หมูเรียกโก้เพื่อช่วยมันซ่อมมอเตอร์ไซด์
ดาถามไอ้หมูว่าซ่อมมอเตอร์ไซด์เสร็จหรือยัง

รู้ไหมดา แว็บแรกที่มองเห็นดา โก้ก็เริ่มหลงรักดาตั้งแต่ตอนนั้น
แต่โก้ไม่แน่ใจว่าผู้หญิงที่สวยและน่ารักขนาดนั้นจะมีเหลือรอดมาถึงมือโก้ได้อย่างไร

โก้ยังคิดเลยว่าดาเป็นแฟนไอ้หมู โก้เลย

ถามยังเชิงว่า ดาใช่แฟนหมูหรือเปล่า ไอ้หมูตอบแบบตกใจเล็กน้อยว่า
"แค่เพื่อน" เพื่อความแน่ใจโก้เลยถามอีกคำถามหนึ่งว่า
ดามีแฟนหรือยัง
ไอ้หมูตอบแบบขี้เกียจตอบว่า ให้ไปถามดาเอง

ถึงแม้ว่าคำตอบของไอ้หมูจะไม่ช่วยให้ความกระจ่างกับโก้เท่าไหร่แต่แค่นี้ก็พอจะจุดประกายความหวังให้กับโก้ได้แล้ว

แล้วโอกาสที่โก้ที่จะได้ทำความรู้จักกับดาก็มาถึง

จนถึงวันนี้โก้ก็ยังรู้สึกว่าโชคดีอะไรเช่นนี้ที่ดาเลือกโก้ให้เป็นนายแบบในรูปวาดของดา
รู้สึกโชคดีถึงขนาดที่ว่าถ้าซื้อหวยในช่วงเวลานั้นโก้คงถูกหวย

โก้พึ่งรู้ว่าการเป็นนายแบบภาพวาดมันเมื่อยขนาดนี้
แต่ถ้าเทียบกับการที่ได้มองหน้าดาชัดๆตลอดเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง

โก้ว่าความเมื่อยนั้นช่างเล็กน้อยนัก

ดาจำได้ไหม วันนั้นโก้ชวนดาไปกินข้าว
โก้เล่าให้ดาฟังเรื่องที่ไอ้หมูบอกว่ามีคนเป็นอัมพฤตเพราะเป็นนายแบบภาพวาดขณะที่อายุ
15 โก้ยังจำรอยยิ้มนั้นได้ ตอนนั้นโก้เข้าใจว่าดายิ้ม

เพราะขำไอ้หมู แต่ตอนนี้โก้รู้แล้วว่า ดายิ้มเพราะอะไร

ตลอดเวลาที่เราคบกัน โก้มีความสุขมาก เราได้ไปดูหนังด้วยกัน
ยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แต่รู้ไหมดา
ตลอดเวลาที่คบกันโก้รู้สึกเหมือนมีใครอีกคนแทรกอยู่ระหว่างเรา

ใครอีกคนซึ่งไม่ได้อยู่
ณ ที่นั้นแต่เห็นเป็นเงาลางเรือนตลอดเวลา

ทุกครั้งที่เราเจอกัน ดาจะพูดถึงไอ้หมู ถึงแม้จะพูดถึงไม่มาก
แต่ก็พูดถึงด้วยความห่วงใย ทุกครั้งที่พูดถึงไอ้หมู
ดาเหมือนไม่ได้พูดอยู่กับโก้ แต่ดาเหมือนพูดกับตัวเอง

ดาไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ดาเข้ามาปรึกษาเรื่องไอ้หมูเพราะเห็นมันเศร้าสร้อย
เงียบเกินไป โก้เลยบอกให้หาหญิงให้ไอ้หมู จะได้ร่าเริงสนชื่นขึ้น
แต่ในใจโก้คิดจะทำลายไอ้หมูออกจากใจดา ถ้าไอ้หมู

มีหญิงคนใหม่ ดาคงตัดใจจากไอ้หมูได้

แต่ให้ตายเถอะดา ดาพาใครไปพบกับไอ้หมู
ผู้ชายหลายคนที่โก้รู้จักต่างเรียกเธอว่า
"ไอ้โรคจิต
",
"เด็กเก็บกด
"
บางคนเรียกเธอว่า "ฮันนิบาล เล็คเตอร์" เลยนะ


หรือว่าดายังทำใจไม่ได้ ที่ไอ้หมูจะมีผู้หญิงคนใหม่
ถึงหาผู้หญิงแบบนั้นให้ไอ้หมู เพื่อให้ไอ้หมูปฏิเสธ
เพื่อให้มันรู้ว่ามีคนรออยู่

โก้คิดหาวิธีต่างๆที่จะทำลายไอ้หมูแต่ก็ไม่มีช่วงจังหวะเหมาะๆเลย
จนกระทั่งมารู้ว่า ไอ้หมูจะขึ้นร้องเพลง

เพลงเดียวกับที่ดาจะขึ้นเต้นเป็นหางเครื่องให้

โก้ตั้งใจที่จะให้ดอกไม้ต่อหน้าไอ้หมู

ใช่...เป็นความตั้งใจของโก้เองที่จะให้ดอกไม้ในช่วงเวลานั้น

ดาอาจถามโก้ว่า ทำอย่างนี้กับเพื่อนโก้ได้อย่างไร

โก้รู้มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี โก้รู้ว่ามันจะทำลายไอ้หมูจนถึงที่สุด
แต่ดาเข้าใจความหมายที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอดไหม
"

การทำลายคราวนั้นได้ผลดีเกิดคาด

จริงๆมันอาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำจนโก้รู้สึกสงสารไอ้หมูขึ้นมา

ไอ้หมูเหินห่างกับดาอย่างถึงที่สุด ดาพูดถึงมันน้อยลง
ทุกอย่างเหมือนจะไปด้วยดี
ความรักของเราจะได้มีแค่"เรา"เท่านั้นจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในวันนั้น

วันสอบปลายภาควันสุดท้าย โก้แอบเห็น ดาคุยกับไอ้หมูใต้ต้นชงโค

จริงๆโก้คิดว่าไอ้หมูน่าจะนัดคุยกับดามากกว่าใช่ไหม
?

โก้พอจะเดาได้ว่า

ไอ้หมูจะพูดอะไร

ไอ้หมูบอกรักดาใช่ไหม
?

โก้ไม่รู้นะว่าดาบอกอะไรกับไอ้หมู


แต่ตอนนั้นโก้เห็นไอ้หมูเดินออกไปจากมหาลัยด้วยหน้าที่เร่งรีบและเศร้าสร้อย

โก้กลับดีใจ

เพราะนั้นแสดงให้เห็นว่า ดารักโก้มากกว่าไอ้หมู

แต่โก้คิดผิด

ตั้งแต่วันนั้นโก้ชวนไปไหนก็มักจะถูกปฏิเสธ
ไปเที่ยวด้วยกันดาก็เหมือนเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
บางครั้งโก้เรียกดาถึง 3 ครั้งกว่าที่ดาจะตอบกลับมา

โก้รู้มาจากฟุเหยินภายหลังว่า

ดาแอบกลับมหาลัยบ่อยๆโดยไม่บอกให้ใครรู้ยกเว้นฟุเหยิน

แต่ฟุเหยินก็ไม่รู้ว่าดาไปทำอะไรที่นั้น

ดารู้ไหมก่อนที่เราจะเลิกกัน โก้เคยแอบตามดาไปมหาลัย
ไปดูว่าดาไปทำอะไรที่นั้น

โก้เดาไม่ผิด ดาไปที่บ้านเช่า บ้านที่เคยมีความหลังกับไอ้หมู
ดาเข้าไปในบ้านที่ไอ้หมูเคยอยู่

ทุกครั้งที่ดาออกมาจากบ้าน โก้เห็นน้ำตาอาบแก้มอยู่ทั้ง
2
แก้มของดา


การเข้าบ้านผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ใช่นิสัยโก้
แต่โก้ต้องรู้ให้ได้ว่า ได้บ้านนั้นมีอะไร

พอเข้าไป โก้ถึงกับตะลึง

เป็นภาพดอกไม้ หลากสี หลากชนิด หลากหลายแบบ
เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ
ทุกภาพบอกชื่อของดอกไม้และประวัติของมันอย่างละเอียด

โก้ไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร

มันคงเป็นความหมายพิเศษเฉพาะระหว่าง
ดากับไอ้หมู

ดารู้ไหมว่า โก้ร้องไห้

ร้องไห้กับความโง่เง่าของตัวเอง

ตั้งแต่วันนั้นโก้ไม่มีจิตใจจะทำอะไรแล้ว

โก้รู้แล้วว่าวันนั้นต้องมาถึง ไม่ช้าก็เร็ว

ดาก็คงรับรู้และสังเกตอาการของโก้อยู่เหมือนกัน

และแล้ววันนั้นก็มาถึง ดาเรียกโก้ ไปที่บ้านเช่าของหมู

สถานที่ที่เราพบกันครั้งแรก

ดานั่งอยู่บนขั้นบันไดที่เคยเป็นบ้านของหมู
แต่งตัวอย่างสวยที่สุด
เท่าที่โก้เคยเห็น เป็นความสวยงามก่อนลาจาก

เราทั้งสองต่างยืนอยู่ มองหน้ากัน เงียบ
แต่ทุกอย่างกระจ่างใจหมดแล้วผ่ายแววตาคู่นั้น

เป็นดาที่กล่าววาจาก่อน
วาจาที่โก้จะไม่มีวันลืม

"เราเป็นเพื่อนกันได้ไหม
"

โก้รู้สึกหูอื้อ น้ำตาโก้ไหล โก้ควบคุมตัวเองไม่ได้


โก้ขับรถออกมาทันที ไร้ทิศทาง ไม่รู้จุดหมาย
รู้แต่เพียงว่าขอให้ไปไกลๆจากที่นั้นเป็นพอ

โก้อยากจะพูดว่า
"โก้เคยเป็นคนรัก ไม่เคยเป็นเพื่อน
และไม่เคยคิดจะเป็น"แต่ตอนนั้นโก้พูดอะไรไม่ออกแล้ว

ที่โก้เขียนจดหมายมายืดยาวขนาดนี้ก็เพื่อระลึกถึงความหลังและทิ้งมันไว้เบื้องหลังตลอดกาล

และคำถามที่ค้างคาใจที่อยากจะรู้คำตอบ

โก้รักดาตลอดมา
และดาเคยรักโก้บ้างไหม

หรือเป็นแค่เพื่อนแก้เหงาเพื่อรอใครบ้างคนเท่านั้น

จากคนเคยรัก
โก้

2005/Sep/10

เอามาจาก เวป ผู้จัดการ นะ คือ เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ได้ฟัง เมืองไทย รายสัปดาห์
คุณสนธิเอา เรื่องนี้มาให้อ่าน โดนมาก เราเลยคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง
ก้อเลยมา โพสต์ ตอนนี้แหละ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000123149

พ่อมีความรักอันอบอุ่นให้ลูกเสมอ

พ่อไม่เคยเกรียวกราด ด่าทอลูกว่าโง่

เวลาพ่อจะบอกลูกถึงปัญหา พ่อมักมีแง่คิดดีๆ มีนิทานแฝงคติให้ลูกได้นำไม่คิดเสมอ ๆ ซึ่งเมื่อลูก ๆ ได้คิด ก็จะเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น

พ่อมักเตือนให้ลูก ๆ แปรงฟันก่อนนอนเพื่อฝันจะได้ไม่ผุ

แต่ลูก ๆ ก็มักจะคิดได้หลังจากที่ต้องถอนฟันไปซี่แล้วซี่เล่า

พ่อมักบอกให้เราซื่อสัตย์ทำงานหนัก เพื่อที่เราจะได้มีความเป็นอยู่ดีที่ตามอัตภาพ

พ่อไม่เคยบอกให้เราต้องร่ำรวยเพื่อจะมีความสุข

พ่อมักบอกเสมอ ๆ ว่าเรามีความสุขได้ตามอัตภาพโดยไม่ต้องร่ำรวย

พ่อที่มีลูก ๆ ของท่าน 60 กว่าล้านคน ไม่เคยคิดที่จะยอมขายลูกของตัวเอง เอาเปรียบลูกของตัวเอง เพื่อฐานนะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แม้แต่พาหนะเดินทางของพ่อ รองเท้าเก่า ๆ ของพ่อก็ยังคงมัธยัสถ์ทะนุถนอม ใช้ของเดิม ๆ เมื่อชำรุดก็ให้คนเอาไปซ่อม

ไม่เคยคิดแม้แต่จะไถ่เงินจากลูกครั้งละ 40 สตางค์เพื่อความมั่งคั่ง ส่วนตัวของพ่อเอง

พ่อมักบอกกับลูกเสมอ ๆ ว่าเราต้องก้าวไปพร้อม ๆ กัน ถ้าลูกคนโตสบายอยู่คนเดียว

ในขณะที่ลูก ๆ อีก 60 กว่าล้านคนต้องลำบากต้องโดนเอาเปรียบ

โดยการเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นทาส มอมเมาพี่น้องด้วยเงินทอง โทรศัพท์ มือถือ การพนัน ไม่ถือเป็นการพัฒนา

พ่อบอกว่าให้ลูก ๆ เลือกตัวแทนมาทำงาน มาบริหารครอบครัว โดยมีเป้าเป้าหมายเพื่อ ความสุขสูงสุดของลูก ๆ ทุกคน

ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด ของครอบครัว แต่เพื่อความสุขสูงสุดของครอบครัว ภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่มากมาย ทั้งภายในบ้าน และรอบ ๆ บ้าน

แต่มีลูกที่ดื้อรั้น หยิ่งผยองอวดดี ที่บังเอิญสวมหนังลูกแกะ และคุณธรรม คิดวัดรอยเท้าพ่อ

ใช้พี่น้องคนอื่น ๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนก็รู้และสมยอมเพราะพี่ชายคนโตมีท่าไม้ตายคือ เงินฝาดหัว

จากลูก ๆ ที่เป็นเกะดำเพียงไม่กี่คน ลัทธิรวยแล้วโก้รวยแล้วเท่ห์ รวยแล้วกร่าง ก็เริ่มแพร่หลายในสังคม

จากลูกแกะเซื่อง ๆ ที่มาจากศรัทธาของพี่น้อง ไหว้แม้แต่พี่น้องที่อาศัยอยู่ข้างถนน กลายเป็นคนใจร้อนกำแหง เกรี้ยวกราดกับทุกคน

จากคนเดิม ๆ ที่พ่อยอมให้เข้ามาบริหารครอบครัวแม้มีความไม่โปร่งใสเรื่องทรัพย์สิน

จากผู้นอบน้อบ กลายเป็นศาสดาซึ่งมอบความกลัว ความเกลียดชัง การหยาบหลู่และข้อกล่าวหาว่าโง่แก่พี่น้องทุกคนที่เห็นตรงกันข้าม

กลายเป็นศาสดาที่กำแหงถึงขาดกล้าชี้ผิดชี้ถูก รุกคืบในสิทธิมนุษยชนของพี่น้องคนอื่น ๆ เข้าไปถึงในความคิด ในวิถีชีวิตของพี่น้องอีก 60 ล้านคน

จากผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง กลายเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ กลัวการตอบคำถาม และยึดครองสมบัติของครอบครัวเป็นของตนแต่ผู้เดียว

พ่อบอกว่าพ่อเกลียดคนโกง ลูกแกะหลงทางบอกว่า ไม่ต้องตรวจสอบผมรับประกัน ผมใหญ่ที่สุดแล้วในครอบครัว ถ้าใครมีปัญหาระวังจะไม่มีงานทำ

พ่อบอกว่านี้คือลูกที่ดีของฉัน ลูกชายผู้หลงผิดบอกว่าต้องขับออกจากพรรค

พ่อบอกว่าเราควรมีเศรษฐกิจแบบพอพียง พวกลูกแกะหลงทางกลับบอกว่า จะเอาอะไรกินเราไปอยู่กระต๊อบกันดีไหมพวกโง่ทั้งหลาย

พ่อบอกว่าเราต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน ลูกแกะหลงทาง ขายสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อทำกำไรแก่คณะตนเอง

รวมไปถึงการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันบ้าน ลูกแกะหลงทางกล่าวกำแหง ผมจะเอาคนนี้ใครก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะพ่อต้องอยู่ใต้กฎบ้าน

ลูกแกะคนโตยังหลงทางต่อไป...ต่อไป..และต่อไป

ลูก ๆ ทั้งหลาย ตื่นเถิด ตาสว่างได้แล้ว ชีวิตนี้ของพวกท่านเป็นของพ่อโดยไม่ต้องมีกฎใด ๆ มารองรับ
...

กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน